การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ ได้สรุปผลการดำเนินงานในรอบ 5 ปี พอสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

จุดเด่นหรือข้อดี

  1. กองทุนได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ สมัครเข้าเป็นสมาชิกทุกเดือน โดยเฉลี่ยเดือนละ 70 ราย ส่งผลให้กองทุนโตเร็วมาก มีสมาชิกมากกว่า 5,000 คน มากที่สุดในจังหวัดสุรินทร์ ทำให้ยอดรับเฉพาะเงินสัจจะตั้งแต่จัดตั้งประมาณ 6 ล้านบาทเศษ ต้องชื่นชมการบริหารจัดการและการประชาสัมพันธ์
  2. สามารถดูแลสวัสดิการหรือคุณภาพชีวิตให้กับสมาชิกและประชาชนในพื้นที่ในเชิงปริมาณ มากถึงประมาณ 2.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายปกติ จึงอาจสรุปได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชน ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้สมาชิกและประชาชนในพื้นที่มากถึง 2.5 ล้านบาท
  3. เนื่องจากสมาชิกมีจำนวนที่มากและมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับการสนับสนุนตามนโยบายภาครัฐมากที่สุดในจังหวัดสุรินทร์ (ตามจำนวนสมาชิกที่ครบหนึ่งปีคุณด้วย 365 บาท) ได้รับเงินสนับสนุน 3 ครั้ง รวมแล้วกว่า 3 ล้าานบาทเศษ
  4. คณะกรรมการทั้ง 43 คน ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งและทั่วถึงกัน มีทัศนคติที่ดีต่องานจิตอาสา มีความสุขและความภาคภูมิใจในหน้าที่ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหมู่บ้าน สุดท้ายได้รับการยอมรับจากสมาชิกและประชาชนในพื้นที่
  5. ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่จัดตั้ง ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้สนใจในวงกว้าง ได้มีโอกาสต้อนรับคณะศึกษาดูงานกว่า 30 คณะ และประธานกองทุนฯ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายนอกพื้นที่อีกหลายครั้ง ในเรื่อง การเตรียมความพร้อมจัดตั้งกองทุนฯ และการบริหารจัดการ

จุดด้อยหรือข้อเสีย

  1. เนื่องจากรูปแบบการจัดสวัสดิการ ไม่ได้เกิดจากการคิดวิเคราะห์ของพื้นที่เอง เป็นการลอกแบบมาจากกองทุนที่ประสบความสำเร็จมาก่อนจากพื้นที่อื่นๆ ทำให้เมื่อดำเนินงานจนถึงปัจจุบัน ได้เห็นจุดอ่อนที่สำคัญ ซึ่งมีผลต่อความมั่นคงของกองทุน นั่นคือยอดจ่ายสวัสดิการที่สูงมาก ไม่สมดุลกับยอดรับสัจจะจากสมาชิก โดยเฉพาะเงินบำนาญ ซึ่งจะต้องเริ่มจ่ายเป็นประจำทุกเดือน เงินฌาปนกิจที่สูง และสวัสดิการอื่นๆ จึงต้องมีการปรับยอดจ่ายสวัสดิการให้เหมาะสม
  2. เนื่องจากยอดสมาชิกที่มาก ดูแลสมาชิกในพื้นที่ครอบคลุมทั้งตำบล มีคณะกรรมการผู้ปฏิบัติงานจำนวนมาก ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปด้วยความยุ่งยาก เนื่องจากปัญหาจัดจัดการข้อมูลและสารสนเทศ จึงควรมีการปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการ โดยนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารมาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อความถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
  3. การจัดสวัสดิการแก่สมาชิก ถือว่ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของสมาชิกและประชาชนในพื้นที่่ได้เต็มที่ ปัญหาและภัยคุกคามบางอย่าง กองทุนยังไม่มีแนวทางจัดการให้การช่วยเหลือ จึงควรมีการวางแผนพัฒนาการจัดสวัสดิการ โดยนำเอาข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนต่อไป
  4. คณะกรรมการ สมาชิก และประชาชนทั่วไป ยังไม่เข้าใจอุดมการณ์หรือหัวใจของ กองทุนสวัสดิการชุมชน ยังมองเป็นกองทุนสงเคราะห์หรือกลุ่มประกันชีวิต คณะกรรมการเปรียบเหมือนผู้รับจ้างในบริษัท จึงต้องมีการสร้างความเข้าใจ ส่งเสริมให้ตระหนักถึงความเอื้ออาทร ความรู้สึกร่วมกันเสียสละเพื่อคุณภาพชีวิตของเพื่อนมนุษย์มากขึ้น

จากเหตุผลดังกล่าว

ทำให้กองทุนฯ จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนระเบียบข้อบังคับฯ เมื่อปี 2551 ในสาระสำคัญเกี่ยวกับการให้สวัสดิการสมาชิก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของกองทุน แต่เกิดการตั้งคำถามกับสมาชิกว่า

“หากยังใช้ระเบียบฯ เดิม กองทุนอาจต้องปิดตัวลงในอีก 5 ปีข้าวหน้าจากเงินกองทุนที่หมดไป
หรือจะแก้ไขปรับปรุงระเบียบฯ ใหม่ เพื่อให้มีกองทุนฯ ดีๆ แบบนี้ชั่วลูกหลาน”

จากผลการจัดประชุมสามัญประจำปี 2556 ทุกหมู่บ้าน (ระหว่างวันที่ 19-28 เมษายน 2556) และการประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2556 ได้มีมติให้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบข้อบังคับใหม่ เป็น

ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ พุทธศักราช 2551
แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 พุทธศักราช 2556
(รายละเอียดระเบียบฯ ฉบับปรับปรุง)
ระเบียบเดิม 2551 ระเบียบใหม่ 2556 หมายเหตุ
สมาชิกลาออก
จะได้รับเงินสัจจะสะสมคืน โดยไม่หักสวัสดิการที่เคยได้รับ
จะไม่ได้รับเงินสัจจะสะสมคืน
ยกเว้นเป็นสมาชิกไม่ถึง 180 วัน และมียอดสัจจะที่ชำระล่วงหน้าเกินกว่าเดือนที่ลาออก
เป็นไปตามหลักสงเคราะห์ทั่วไปลดรายจ่าย
การเกิด
บุตรได้ค่าทำขวัญ 500 บาท
มารดาได้ค่ารักษา 300 บาท
บุตรได้ค่าทำขวัญ 300 บาท
และเป็นสมาชิกทันที โดยได้รับงดเว้นค่าสมัครและสัจจะ 6 เดือน
มารดาได้รับค่ารักษา 300 บาท
จ่ายเท่าเดิม แต่ได้สมาชิกเพิ่มขึ้น ต่อเนื่อง จะทำให้กองทุนมั่นคง ตามหลักประกันชีวิตที่ไม่หยุดรับสมาชิกใหม่
การแก่
อายุ 60 ปีขึ้นไป ออมครบ 5 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยยังชีพรายเดือน ตั้งแต่ 100-1,200 บาท ตามอายุการเป็นสมาชิก จนกว่าจะเสียชีวิต
ยกเลิกเบี้ยยังชีพ
เปลี่ยนเป็นให้เงินสนับสนุนชมรมผู้สูงอายุ ชมรมละ 500 บาท/ปี
ลดรายจ่าย
การเจ็บป่วย
กรณีไม่เจ็บป่วยทุกรอบ 5 ปี งดสัจจะ 1 ปี
กรณีงดสุรา-บุหรี่ได้ 5 ปี งดสัจจะ 1 ปี
ยกเลิก ลดรายจ่าย
การตาย
180 วัน รับ 2,500 บาท
1 ปี รับ 5,000 บาท
2 ปี รับ 10,000 บาท
4 ปี รับ 15,000 บาท
6 ปี รับ 20,000 บาท
8 ปี รับ 25,000 บาท
10 ปี รับ 30,000 บาท
12 ปี รับ 35,000 บาท
14 ปี รับ 40,000 บาท
16 ปี รับ 45,000 บาท
18 ปี รับ 50,000 บาท
แก้เป็น
180 วัน รับ 2,500 บาท
1 ปี รับ 5,000 บาท
2 ปี รับ 10,000 บาท
4 ปี รับ 15,000 บาท
8 ปี รับ 20,000 บาท
12 ปี รับ 25,000 บาท
16 ปี รับ 30,000 บาท
20 ปี รับ 35,000 บาท
24 ปี รับ 40,000 บาท
28 ปี รับ 45,000 บาท
32 ปี รับ 50,000 บาท
ลดรายจ่าย
เพิ่ม
สนับสนุนงานวันเด็ก ปีละ 5,000.-
สนับสนุนกีฬาประเพณีหมู่บ้านละ 500 บาทต่อปี

ผลกระทบที่เกิดขึ้น

เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ เกี่ยวกับการปรับลดการจ่ายสวัสดิการให้สมาชิก เป็นผลให้สมาชิกบางส่วนไม่พอใจ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วในข้างต้น ว่า สมาชิกบางส่วนยังมองเรื่องผลประโยชน์ ยังไม่เข้าใจปรัชญาหรือหัวใจสำคัญของคำว่า สวัสดิการชุมชน

ทั้งนี้ในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึง 2 ประการคือ

  1. กองทุนฯ จะต้องคงอยู่ได้ตลอดไป
  2. สมาชิกจะต้องได้รับสวัสดิการที่คุ้มค่า ไม่ขาดทุน (เป็นคำที่ไม่น่าใช้สำหรับกองทุนสวัสดิการชุมชน)

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทำให้มีสมาชิกแจ้งความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกมากถึง 1,000 คนเศษ (คิดเป็น 20% ของสมาชิก ณ ขณะนั้น) เกิดคำถามขึ้นมากมายว่า กองทุนจะคงอยู่ต่อไปได้หรือไม่ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งต่อๆ ไปอีกหรือเปล่า และอีกมากมาย

แต่หากมองไปที่จำนวนสมาชิก ที่ยังคงเชื่อมั่น ยังอยู่เป็นสมาชิกอีกกว่า 4,000 คน ทำให้คณะกรรมการมีกำลังใจที่จะทำงานต่อไป ดูแลสมาชิกกลุ่มนี้และสมาชิกใหม่ๆ ที่จนถึงวันนี้ก็ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นเดิม โดยคณะกรรมการร่วมกันวางแผนไว้ว่า

จากนี้ต่อไป หากมีการเปลี่ยนแปลงก็จะต้องเปลี่ยนแปลงในลักษณะจัดสวัสดิการเพิ่มขึ้นเท่านั้น จะไม่มีการปรับลดสวัสดิการ

โดยสิ่งที่กองทุนฯ จะต้องวางแผนต่อ นอกจากการจัดจัดสวัสดิการที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะต้องวางแผนการหารายได้หรือเพิ่มรายรับมากขึ้น แทนที่จะรอรับสัจจะจากสมาชิกหรือรอรับการสนับสนุนจากรัฐเพียงเท่านั้น

เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ เพื่อนๆ เครือข่ายนักพัฒนา ผู้มีจิตอาสาทุกท่าน

ประหยัด พุดจีบ ผู้ก่อตั้งและประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่
29 มิถุนายน 2556 16.00 น.

ต้อนรับคณะดูงานจากตำบลธาตุ รัตนบุรี

ชาวตำบลธาตุ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 40 คน ได้มาศึกษาดูงานการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ ตามโครงการศึกษาดูงานตำบลต้นแบบงานสุขภาวะแบบบูรณาการ ตำบลไผ่ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2555 มีคุณเพ็ญ สมคำ เหรัญญิกกองทุนฯ และรองทัศนีย์ เสน่หา รองนายก อบต.ไผ่และฝ่ายสวัสดิการกองทุนฯ เป็นวิทยากรให้ความรู้

 

ต้อนรับคณะดูงาน ต.พรหมณี นครนายก

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2555 คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้เดินทางมาศึกษาดูงานการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ พร้อมกันนี้ได้มาโฮมสเตย์ ณ บ้านไผ่ หมู่ที่ 13 เพื่อเรียนรู้กระบวนการพัฒนาหมู่บ้านและเรียนรู้วิถีชีวิต จำนวน 2 วัน 2 คืน

ต้อนรับคณะดูงานอำเภอหนองเรือ ขอนแก่น

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2555 กองทุนสวัสดิการชุมชน จากอำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น มาศึกษาดูงานการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชน สู่การเป็นสถาบันการเงิน โดยก่อนกลับได้เยี่ยมชมสถาบันการเงินชุมชนบ้านไผ่ หมู่ที่ 13 ด้วย

ต้อนรับคณะดูงาน ทศ.ต.เจ้าพระยาสุรศักดิ์

18 ก.พ. 2555 กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก เทศบาลตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จำนวน 150 คน ในการมาศึกษาดูงานการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ โดยมีนายสิทธิศักดิ์ ศาสตร์ภักดี นายก อบต.ไผ่ กล่าวต้อนรับ และนายประหยัด พุดจีบ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่เป็นวิทยากรให้ความรู้ กลุ่มแม่บ้าน ม.13 จัดอาหารต้อนรับ

 

คาราวานสวัสดิการชุมชน กลุ่ม 5

11 กุมภาพันธ์ 2555 คาราวานสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านไผ่ ม.13 ตำบลไผ่ เพื่อพบปะกลุ่มสมาชิกหมู่ 1, 2, 9, 11, 13 และ 14 กลุ่มที่ 5 ที่จัดกิจกรรม มีผู้สนใจสมัครสมาชิกในวันนี้ จำนวนสมาชิกสุทธิ 5,009 คน ขอขอบคุณชาวตำบลไผ่และตำบลใกล้เคียงทุกท่านที่ให้ความสนใจ มีบริการนวดแผนไทย ตัดผม มีน้ำสมุนไพร น้ำแข็งใส ขนมจีนน้ำยา ผัดหมี่ ส้มตำ บริการผู้มาร่วมงาน

 

คาราวานสวัสดิการชุมชน กลุ่ม 4

5 กุมภาพันธ์ 2555 คาราวานสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ ณ วัดหงษ์ บ้านช่อง-ยางชุม ตำบลไผ่ เพื่อพบปะกลุ่มสมาชิกหมู่ 3, 8 และ 12 กลุ่มที่ 4 ที่จัดกิจกรรม มีผู้สนใจสมัครสมาชิกในวันนี้ ประมาณ 120 คน (สมาชิกเดิม 4,732 + 120 รวมประมาณ 4,852 คน) ขอขอบคุณชาวตำบลไผ่และตำบลใกล้เคียงทุกท่านที่ให้ความสนใจ มีบริการนวดแผนไทย ตัดผม มีก๋วยจับและน้ำสมุนไพรบริการผู้มาร่วมงาน และได้รับเกียรติจาก พ่อจรัส ไกรแก้ว กรุณาให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงานด้วย

 

คาราวานสวัสดิการชุมชน กลุ่ม 3

4 กุมภาพันธ์ 2555 คาราวานสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ ณ วัดศรีลาวรรณ บ้านคอนสวรรค์ ตำบลไผ่ เพื่อพบปะกลุ่มสมาชิกหมู่ 5 และ 10 กลุ่มที่ 3 ที่จัดกิจกรรม มีผู้สนใจสมัครสมาชิกในวันนี้ ประมาณ 130 คน (สมาชิกเดิม 4,602 + 130 รวมประมาณ 4,732 คน) ขอขอบคุณชาวตำบลไผ่และตำบลใกล้เคียงทุกท่านที่ให้ความสนใจ มีบริการนวดแผนไทย ตัดผม มีขนมจีนน้ำยาและน้ำสมุนไพรบริการผู้มาร่วมงาน และได้รับเกียรติจาก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาวอง และบ้านนาอุดม กรุณาให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงานด้วย

 

คาราวานสวัสดิการชุมชน กลุ่ม 2

29 มกราคม 2555 คาราวานสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ ณ บ้านนาวอง ตำบลไผ่ เพื่อพบปะกลุ่มสมาชิกหมู่ 4 กลุ่มที่ 2 ที่จัดกิจกรรม มีผู้สนใจสมัครสมาชิกในวันนี้ ประมาณ 80 คนเศษ (สมาชิกเดิม 4,522 + 80 รวมประมาณ 4,602 คน) ขอขอบคุณชาวตำบลไผ่และตำบลใกล้เคียงทุกท่านที่ให้ความสนใจ มีบริการนวดแผนไทย ตัดผม มีก๋วยเตี๋ยวและน้ำดื่มสมุนไพรบริการผู้มาร่วมงาน และมีเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการจัดสวัสดิการชุมชนโดยชุมชนเอง โดยมีคุณกาญจนา ระดมสุข หัวหน้าสำนักปลัด อบต.ไผ่ เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

คาราวานสวัสดิการชุมชน กลุ่ม 1

28 มกราคม 2555 คาราวานสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ ณ วัดสี่เหลี่ยม บ้านสี่เหลี่ยม ตำบลไผ่ เพื่อพบปะกลุ่มสมาชิกหมู่ 6 และหมู่ 7 กลุ่มแรกที่จัดกิจกรรม ผู้เข้าร่วมงานดูบางตาเนื่องจากกลุ่มสตรีทั้งอำเภอ ได้นัดรวมตัว ณ ที่ว่าการอำเภอ แต่ก็มีผู้สนใจสมัครสมาชิกในวันนี้ รวม 2 หมู่ ประมาณ 80 คนเศษ (สมาชิกเดิม 4,442 + 80 รวมประมาณ 4,522 คน) ขอขอบคุณชาวตำบลไผ่และตำบลใกล้เคียงทุกท่านที่ให้ความสนใจ บริการนวดแผนไทยนวดแทบไม่ทัน ตัดผมก็เช่นเดียวกัน กว่าจะครบทั้ง 5 พื้นที่ สมาชิกสุทธิอาจถึงครึ่งหมื่นนะครับพี่น้อง.. :)