[โหลดWord] [โหลดPDF]

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่

ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ พุทธศักราช ๒๕๕๑
แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ พุทธศักราช ๒๕๕๖
——————–

หมวด ๑
ข้อความทั่วไป

ข้อ ๑   กองทุนนี้เรียกว่า “กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่”

ข้อ ๒   สำนักงานกองทุนตั้งอยู่ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ โดยมีศูนย์ประสานงาน ๑๕ แห่ง ดังนี้
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ ศาลาประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ ๑
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๒ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ ศาลาประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ ๒
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๓ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หมู่ที่ ๓
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๔ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางหมู่บ้าน หมู่ที่ ๔
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๕ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ ๕๖ หมู่ที่ ๕
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๖ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ ศูนย์แพทย์แผนไทย หมู่ที่ ๖
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๗ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ ศาลาวัดบำเพ็ญธรรม บ้านนาอุดม หมู่ที่ ๗
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๘ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ ศาลาประชาคม หมู่ที่ ๘
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๙ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ ศาลาประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ ๙
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๐
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑๑ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี หมู่ที่ ๑๑
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑๒ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ ๕๐ หมู่ที่ ๑๒
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑๓ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านไผ่ หมู่ที่ ๑๓
ศูนย์ประสานงาน หมู่ที่ ๑๔ ตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่ ศาลาประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ ๑๔
ศูนย์ประสานงาน อบต.ไผ่ ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่

ข้อ ๓   ในระเบียบนี้
“กองทุน” หมายถึง กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่
“สำนักงานกองทุน” หมายถึง ที่ทำการกลางกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ ตั้งอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์
“ศูนย์ประสานงาน” หมายถึง หน่วยปฏิบัติการแต่ละหมู่บ้าน ในตำบลไผ่
“สมาชิก” หมายถึง บุคคลที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่
“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่
“เงินสมทบ” หมายถึง เงินที่สมาชิกตกลงที่จะนำส่งกองทุน โดยไม่ใช่เงินสะสมของสมาชิก จะเรียกคืนไม่ได้ ยกเว้นกรณีสมาชิกพ้นสภาพแล้วมีเงินสมทบที่ส่งล่วงหน้าหลังจากเดือนที่พ้นสภาพนั้น

ข้อ ๔   ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่ วันประกาศเป็นต้นไป

หมวด ๒
กองทุนสวัสดิการ

ข้อ ๕   วัตถุประสงค์ของกองทุน
(๑)    ส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักเสียสละเงินเพื่อแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
(๒)    เพื่อจัดสวัสดิการแก่สมาชิกตลอดชีวิต ในเรื่องการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย
(๓)    เพื่อให้เกิดคุณธรรม ความสามัคคี มีน้ำใจ ร่วมกันแก้ไขปัญหา สร้างสัมพันธภาพที่ดีแก่สมาชิก
(๔)    เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง มีองค์กรที่คอยช่วยเหลือเมื่อเกิดความเดือดร้อนหรือจำเป็น
(๕)    กองทุนนี้ไม่ดำเนินการเพื่อแสวงหาผลกำไรสูงสุดทางทรัพย์สิน แต่ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก

ข้อ ๖   ที่มาของเงินและทรัพย์สินของกองทุน  ประกอบด้วย
(๑)    เงินที่ได้รับสมทบจากสมาชิก วันละ ๑ บาท
(๒)    เงินและทรัพย์สินที่ได้รับการสนับสนุน/สมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(๓)    เงินและทรัพย์สินที่ได้รับการสนับสนุน/สมทบจากองค์กรภาครัฐ/เอกชนอื่น
(๔)    เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ได้รับบริจาคโดยปราศจากเงื่อนไขหรือข้อผูกพันใดๆ
(๕)    ดอกผลหรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน

หมวด ๓
สมาชิกกองทุน

ข้อ ๗   คุณสมบัติของสมาชิก
(๑)    สมาชิกสามัญ – เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตำบลไผ่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์
สมาชิกสมทบ – เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตำบลอื่น แต่มีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด หรือหลายข้อ ดังนี้
๑.๑ มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตตำบลไผ่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์
๑.๒ เป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือทายาท ของผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตำบลไผ่
๑.๓ เป็นข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของหน่วยงาน/องค์กรในพื้นที่ตำบลไผ่
๑.๔ เป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือทายาท ของบุคคลในข้อ ๑.๓
(๒)    ไม่จำกัดอายุ เพศ วัย อาชีพ และสถานภาพ
(๓)    เป็นผู้ที่พร้อมจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกองทุน
(๔)    เป็นผู้ที่คณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานเห็นชอบให้เข้าเป็นสมาชิก
(๕)    มีจิตสาธารณะ ซื่อสัตย์สุจริต รักษาสัจจะ มีความเมตตาเอื้ออาทรแก่เพื่อนมนุษย์

ข้อ ๘   การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
(๑)    ผู้ที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ ๗ สามารถยื่นความจำนงหรือสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนได้ โดยยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิกกองทุน ได้ที่ศูนย์ประสานงานกองทุนศูนย์ใดก็ได้ที่สะดวก
(๒)    เมื่อคณะกรรมการรับบุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้าเป็นสมาชิกโดยชอบธรรม ผู้สมัครสมาชิกจะต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า ๒๐ บาท และส่งเงินสมทบล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ เดือน

ข้อ ๙   การส่งเงินสมทบของสมาชิก
(๑)    สมาชิกต้องนำส่งเงินสมทบ วันละ ๑ บาทต่อคน
(๒)    สมาชิกต้องนำเงินสมทบมาส่งให้คณะกรรมการ ณ ศูนย์ประสานงานที่ตนได้มาสมัครในครั้งแรก ทุกวันที่ ๑ ของเดือน จำนวนเงินสมทบขึ้นอยู่กับจำนวนวันในแต่ละเดือน
(๓)    สมาชิกจะต้องนำส่งเงินสมทบเป็นประจำทุกเดือน จนกระทั่งเสียชีวิตหรือลาออก
(๔)    หากสมาชิกขาดส่งเงินสมทบในเดือนใด จะต้องนำส่งย้อนหลังพร้อมกับเดือนถัดไป ทั้งนี้ยังได้รับสวัสดิการตามปกติ ยกเว้นกรณีขาดส่งเงินสมทบติดต่อกันเกินกว่า ๓ เดือน
(๕)    หากสมาชิกยื่นความจำนงขอลาออกและได้รับอนุมัติ กองทุนจะไม่คืนเงินสมทบให้ ยกเว้นเงินสมทบที่ส่งล่วงหน้าหลังเดือนที่ลาออกนั้น

ข้อ ๑๐ สมาชิกพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกตามเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้
(๑)    ตาย
(๒)    ลาออกและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ลาออก
(๓)    ขาดส่งเงินสมทบติดต่อกันเกินกว่า ๓ เดือน
(๔)    ที่ประชุมใหญ่สมาชิก มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสองในสามของผู้ร่วมประชุม
(๕)    จงใจฝ่าฝืนระเบียบกองทุน หรือแสดงตนเป็นปรปักษ์หรือไม่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือหรือร่วมมือกับกองทุนไม่ว่าด้วยประการใด
(๖)    จงใจแจ้งเหตุอันเป็นเท็จเพื่อขอรับสวัสดิการ ทั้งนี้จะต้องชดใช้เงินสวัสดิการที่ได้รับไปในกรณีแจ้งเหตุอันเป็นเท็จนั้นทั้งหมด
(๗)    มีลักษณะและ/หรือคุณสมบัติไม่ตรงกับ ข้อ ๗

ข้อ ๑๑  ผู้ที่ขาดจากการเป็นสมาชิกภาพ อาจยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิกใหม่ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ที่ขาดจากการเป็นสมาชิกติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๒ ปี และมีคุณสมบัติตาม ข้อ ๗

ข้อ ๑๒  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก มีดังนี้
(๑)    ระบุรายชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้ในใบสมัคร
(๒)    เข้าร่วมประชุมใหญ่สมาชิกกองทุน และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทุกครั้ง
(๓)    ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของกองทุน
(๔)    มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็นคณะกรรมการกองทุน
(๕)    ขอตรวจสอบบัญชีและเอกสารกองทุน เพื่อทราบการดำเนินงานกิจการของกองทุน
(๖)    แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของกองทุนต่อคณะกรรมการ และมีสิทธิเรียกร้องให้คณะกรรมการกระทำหรืองดเว้นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของกองทุน
(๗)    ต้องนำส่งเงินสมทบให้คณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานแต่ละหมู่บ้านทุกเดือน
(๘)    เก็บรักษาสมุดบัญชีเงินสมทบ หรือหนังสือสำคัญอื่นใดที่กองทุนออกให้ไว้ หากเกิด
สูญหายให้รีบแจ้งให้คณะกรรมการทราบทันที
(๙)    เมื่อมีการย้ายที่อยู่ เปลี่ยนชื่อ นามสกุล แก้ไข วัน เดือน ปี เกิด เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์ หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใด ให้แจ้งต่อคณะกรรมการกองทุน ภายใน ๖๐ วัน
(๑๐)  เมื่อมีเหตุอันพึงได้รับสวัสดิการ ให้แจ้งต่อคณะกรรมการ ณ ศูนย์ประสานงานแต่ละหมู่บ้านที่ได้สมัครในครั้งแรก ภายใน ๖๐ วัน

 หมวด ๔
คณะกรรมการกองทุน

ข้อ ๑๓ คณะกรรมการกองทุน  ประกอบด้วย
(๑)    คณะกรรมการบริหาร จำนวน ๔๓ คน คัดเลือกจากสมาชิกหมู่บ้านละ ๓ คน และคัดเลือกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑ คน ดำรงตำแหน่งดังนี้ ประธาน รองประธาน เลขานุการ  ผู้ช่วยเลขานุการ เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก กรรมการฝ่ายทะเบียน กรรมการฝ่ายสวัสดิการ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และกรรมการฝ่ายตรวจสอบภายใน นอกจากนี้ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการจากหมู่บ้านคัดเลือกประธานศูนย์ประสานงานของหมู่บ้านนั้นๆ จำนวน ๑ คน
(๒)    ที่ปรึกษา ได้แก่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้บริหารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ผู้บริหารสถานศึกษาในตำบล และเจ้าอาวาสวัดในตำบล
(๓)    คณะกรรมการตรวจสอบภายนอก จำนวน ๓ คน ให้ผู้บริหารหน่วยงาน/องค์กรในพื้นที่ดำเนินการคัดเลือก โดยดำรงตำแหน่งประธาน ๑ คน

ข้อ ๑๔ การได้มาซึ่งคณะกรรมการ เมื่อคณะกรรมการพ้นออกจากตำแหน่งตามวาระ ให้จัดประชุมสมาชิกแต่ละศูนย์ประสานงาน เพื่อคัดเลือกคณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงาน

ข้อ ๑๕ กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ ๒ ปี กรรมการกองทุนที่พ้นออกจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับคัดเลือกอีกได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสองในสามของจำนวนสมาชิกเข้าร่วมประชุม และกรรมการผู้ได้รับคัดเลือกยินยอม
กรณีคณะกรรมการพ้นตำแหน่งก่อนวาระ ไม่ว่ากรณีใด ให้คณะกรรมการมีมติแต่งตั้งเพิ่มเติม โดยให้สามารถดำรงตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลือของผู้พ้นตำแหน่งนั้น

ข้อ ๑๖  คุณสมบัติของคณะกรรมการกองทุน ดังนี้
(๑)    ต้องเป็นสมาชิกสามัญของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ ไม่น้อยกว่า ๑ ปี
(๒)    บรรลุนิติภาวะ หรือได้รับการรับรองจากที่ประชุมสมาชิกไม่น้อยกว่าสามในสี่ของผู้เข้าร่วมประชุม แต่ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์

ข้อ ๑๗  คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(๑)    บริหารกองทุน รวมทั้งตรวจสอบ กำกับ ดูแล รายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
(๒)    ออกประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารกองทุน
(๓)    รับสมัครสมาชิก และจัดทำทะเบียนสมาชิก
(๔)    พิจารณาเงินกู้ยืมให้แก่สมาชิก ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กองทุนกำหนด
(๕)    ทำนิติกรรม สัญญา หรือดำเนินการเกี่ยวกับภาระผูกพันของกองทุน
(๖)    จัดทำบัญชีของกองทุนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ยอมรับโดยทั่วไป
(๗)    จัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกที่พึงได้รับตามสิทธิ ภายในระยะเวลา ๖๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
(๘)    ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน
(๙)    รายงานผลการดำเนินงาน ปัญหาและอุปสรรค รวมทั้งฐานะการเงินของกองทุนให้สมาชิกทราบ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งติดประกาศในที่สาธารณะ
(๑๐) ดำเนินการอื่นใดเพื่อผลประโยชน์ของกองทุนและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ

ข้อ ๑๘  คณะกรรมการกองทุนพ้นจากวาระเมื่อ
(๑)    ตาย
(๒)    ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการ และได้รับอนุมัติให้ลาออก
(๓)    พ้นสภาพการเป็นสมาชิกกองทุน
(๔)    ครบวาระ
(๕)    มีความผิดต้องโทษตามกฎหมาย
(๖)    ที่ประชุมคณะกรรมการ มีมติให้ออก ด้วยคะแนนเสียง ๓ ใน ๔ ของคณะกรรมการทั้งหมด
(๗)    ที่ประชุมสมาชิก มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียง ๒ ใน ๓ ของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

หมวด ๕
สวัสดิการ

ข้อ ๑๙  สมาชิกจะได้รับสวัสดิการ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้
(๑)    เป็นสมาชิกครบระยะเวลา ๑๘๐ วัน นับจากวันที่คณะกรรมการรับเข้าเป็นสมาชิก  หากเป็นสมาชิกไม่ครบระยะเวลาแล้วเสียชีวิต จะได้รับเงินสมทบสะสมคืน เท่ากับที่ส่งชำระมาแล้วเท่านั้น
(๒)    จัดทำเอกสารการขอรับสวัสดิการครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อ และคณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานลงชื่อให้การรับรอง

ข้อ ๒๐  สมาชิกจะได้รับสวัสดิการ ในกรณีต่อไปนี้
(๑)    การเกิด สมาชิกให้กำเนิดบุตร (ครอบคลุมถึงสมาชิกไม่ว่าจะเป็นบิดาหรือมารดา) แล้วบุตรนั้นมีชีวิตตั้งแต่ ๑ ชั่วโมงขึ้นไป จะได้รับสวัสดิการ ไม่เกินปีละ ๑ ครั้ง ดังนี้
– เงินรับขวัญสำหรับบุตร จำนวนเงิน ๓๐๐ บาทต่อบุตร ๑ คน
– บุตรได้เป็นสมาชิก โดยกองทุนชำระค่าสมัครให้ ๒๐ บาท และส่งเงินสมทบล่วงหน้าให้ ๖ เดือน นับจากวันที่ ๑ ของเดือนถัดจากเดือนที่ถือกำเนิด
– กรณีมารดาเป็นสมาชิก จะได้รับค่ารักษาจากการคลอดบุตร จำนวนเงิน ๑๐๐ บาทต่อคืน ตามอยู่จริง แต่ไม่เกิน ๓ คืน

(๒)    นมแม่ กรณีมารดาเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ตลอดระยะเวลา ๖ เดือน โดยการรับรองของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บุตรจะได้รับค่าเลี้ยงดู จำนวนเงิน ๑,๐๐๐ บาท

(๓)    ผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุจะได้รับการดูแลผ่านชมรมผู้สูงอายุที่รับรองโดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยกองทุนจะจ่ายเงินสนับสนุนกิจกรรม ชมรมละ ๕๐๐ บาทต่อปี

(๔)    การเจ็บป่วย เมื่อสมาชิกเจ็บป่วย เป็นเหตุให้ต้องนอนโรงพยาบาล  จะได้รับสวัสดิการ เป็นจำนวนเงิน ๑๐๐ บาทต่อคืน ตามที่อยู่จริง แต่รวมแล้วไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาทต่อปี

(๕)    การศึกษา เป็นสมาชิกครบทุกรอบ ๕ ปี และกำลังศึกษาอยู่ไม่เกินชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในการศึกษาปกติ จะได้รับทุนการศึกษา ๕๐๐ บาท และสมาชิกที่กำลังศึกษาอยู่ มีสิทธิได้รับพิจารณาทุนการศึกษาอื่นตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ

(๖)    การตาย เมื่อเสียชีวิตจะได้รับเงินฌาปนกิจตามอายุการเป็นสมาชิก ดังนี้
– เป็นสมาชิกครบ ๑๘๐ วัน แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๒,๕๐๐ บาท
– เป็นสมาชิกครบ ๑ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๕,๐๐๐ บาท
– เป็นสมาชิกครบ ๒ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๑๐,๐๐๐ บาท
– เป็นสมาชิกครบ ๔ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๑๕,๐๐๐ บาท
– เป็นสมาชิกครบ ๘ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๒๐,๐๐๐ บาท
– เป็นสมาชิกครบ ๑๒ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๒๕,๐๐๐ บาท
– เป็นสมาชิกครบ ๑๖ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๓๐,๐๐๐ บาท
– เป็นสมาชิกครบ ๒๐ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๓๕,๐๐๐ บาท
– เป็นสมาชิกครบ ๒๔ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๔๐,๐๐๐ บาท
– เป็นสมาชิกครบ ๒๘ ปี  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๔๕,๐๐๐ บาท
– เป็นสมาชิกครบ ๓๒ ปีขึ้นไป  แล้วเสียชีวิต รับเงินฌาปนกิจ ๕๐,๐๐๐ บาท
กรณี ตายหรือหายสาบสูญไม่ปรากฏหลักฐานที่เชื่อถือได้ จะไม่ได้รับเงินสวัสดิการ
กรณี กระทำอัตวินิบาตกรรมตนเอง (ฆ่าตัวตาย) จะไม่ได้รับเงินสวัสดิการ ยกเว้นมีหลักฐานชัดเจนว่ามีความผิดปกติทางจิต
หากมีการจัดงานฌาปนกิจให้สมาชิกที่เสียชีวิตในเขตพื้นที่ตำบลไผ่และคณะกรรมการได้วางพวงหรีดแสดงความไว้อาลัย กองทุนจะจ่ายค่าดำเนินการให้คณะกรรมการ ๔๐๐ บาท

(๗)    ประสบภัย ประสบอัคคีภัย สมาชิกจะได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๑ ครั้งต่อปี ประสบวาตภัย สมาชิกจะได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกิน ๕๐๐ บาท ไม่เกิน ๑ ครั้งต่อปี

(๘)    เงินกู้ยืม มีเงินกู้สงเคราะห์งานบุญ กรณีบุคคลในครอบครัวของสมาชิกเสียชีวิต หรือสมาชิกอุปสมบทในช่วงเข้าพรรษา สามารถกู้เงินสำรองจ่ายจัดงาน วงเงินไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาไม่เกิน ๑๕ วัน ทั้งนี้ จะต้องเป็นงานบุญปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการพนันเท่านั้น และเงินกู้อื่นตามประกาศของคณะกรรมการ

(๙)    สวัสดิการอื่นๆ
                 ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก สนับสนุนกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาทต่อปี
ส่งเสริมการออกกำลังกาย สนับสนุนกีฬาประเพณี หมู่บ้านละ ๕๐๐ บาทต่อปี

ข้อ ๒๑ กรณี ผู้ด้อยโอกาส ที่ได้รับการรับรองจากมติคณะกรรมการกองทุนแล้ว กองทุนจะละเว้นให้ไม่ต้องส่งเงินสมทบ และมีสิทธิได้รับสวัสดิการเหมือนกับสมาชิกทั่วไป ทั้งนี้จะต้องระบุให้กองทุนเป็นผู้รับผลประโยชน์เท่านั้น เมื่อได้รับสวัสดิการตาม ข้อ ๒๐ (๔) กองทุนจะดูแลค่าใช้จ่ายในงานฌาปนกิจให้ตามความเป็นจริง แต่ไม่เกินยอดสวัสดิการที่พึงได้ตามระเบียบ หากมีเงินคงเหลือให้บริจาคเข้ากองทุน

หมวด ๖
การบริหารเงินทุนและการบัญชี

ข้อ ๒๒ ทรัพย์สินของกองทุนที่เป็นตัวเงิน ให้จัดสรรไว้ดังนี้
(๑)    ร้อยละ ๕๐ ตั้งเป็นเงินเพื่อจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก
(๒)    ร้อยละ ๓๐ ตั้งไว้เพื่อประกันความเสี่ยง เป็นกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาและอาชีพ สมาชิกด้อยโอกาส หรือประสบภัยพิบัติ ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
(๓)    ร้อยละ ๒๐ ตั้งไว้เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ค่าตอบแทนคณะกรรมการ

ข้อ ๒๓ การดูแลรักษาเงิน เงินที่รับมาทุกประเภท ให้เหรัญญิกนำฝากธนาคารทุกรายการ โดยให้สำรองไว้เป็นเงินสด ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือเป็นไปตามมติคณะกรรมการ โดยให้เหรัญญิกเป็นผู้เก็บรักษา

ข้อ ๒๔ กำหนดผู้มีอำนาจสั่งจ่าย-ถอนเงินฝากธนาคาร จำนวน ๓ คน ประกอบด้วย ประธาน  เหรัญญิก และเลขานุการ โดยมีเงื่อนไขสั่งจ่าย ๒ ใน ๓

ข้อ ๒๕  ผู้มีอำนาจสั่งจ่าย-ถอนเงินฝากธนาคาร สามารถสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกินครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท เดือนละไม่เกิน ๑ ครั้ง การสั่งจ่ายเงินเกินกว่า ๕,๐๐๐ บาท จะต้องมีมติที่ประชุมคณะกรรมการเห็นชอบ เว้นแต่กรณีสั่งจ่ายเพื่อสวัสดิการของสมาชิกที่ระบุไว้ตามระเบียบ

ข้อ ๒๖  คณะกรรมการจะต้องจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และรายงานผลการดำเนินงานทุกเดือน พร้อมติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

ข้อ ๒๗  คณะกรรมการจะต้องรายงานผลการดำเนินงาน จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย งบแสดงฐานะทางการเงิน งบดุล ตามมาตรฐานที่ยอมรับทั่วไป และรับรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบ แล้วติดประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกัน อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง คือ ณ ๓๑ ธันวาคม ของทุกปี

หมวด ๗
การประชุม

ข้อ ๒๘  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุม ดังนี้
(๑)    จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ ๑ ครั้ง
(๒)    ในกรณีเร่งด่วน ประธานสามารถเรียกประชุมวิสามัญได้ตามความเหมาะสม
(๓)    สมาชิกจำนวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมด สามารถเข้าชื่อเสนอขอเปิดประชุมวิสามัญได้
(๔)    ให้มีการประชุมของคณะกรรมการกองทุน เดือนละ ๑ ครั้ง หรือตามความเหมาะสม

ข้อ ๒๙  จำนวนผู้เข้าประชุมคณะกรรมการ เกินกึ่งหนึ่งของผู้ที่ต้องเข้าประชุม ถือว่าครบองค์ประชุม จำนวนสมาชิกเข้าประชุม เกินหนึ่งในสามของสมาชิกสามัญอายุระหว่าง ๑๕–๘๐ ปี ถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อ ๓๐  สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม มีสิทธิออกเสียงลงมติได้อย่างเท่าเทียม คนละ ๑ เสียง

ข้อ ๓๑  กรณีเกิดข้อขัดแย้งใดๆ ให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาลงมติ หากยังไม่สามารถแก้ไขข้อขัดแย้งได้ ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ และให้ถือว่ามติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเป็นอันสิ้นสุด

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๓๒ บรรดาประกาศ คำสั่ง ข้อบังคับและระเบียบต่างๆ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ  ให้ใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบข้อบังคับนี้ ทั้งนี้จนกว่าจะได้มีการแก้ไขหรือยกเลิก

ข้อ ๓๓ ให้คณะกรรมการกองทุน เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ให้ไว้  ณ  วันที่  ๒๐  พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๖

(ลงชื่อ)     ประหยัด  พุดจีบ
(นายประหยัด  พุดจีบ)
ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่

หมายเหตุ: เหตุผลความจำเป็นที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบข้อบังคับ ครั้งที่ ๑ พุทธศักราช ๒๕๕๖ เนื่องมาจาก การประชุมทบทวนผลการดำเนินงานในรอบ ๕ ปี (๒๕๕๑-๑๕๕๖) และผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุน (ศึกษาดูงาน) เมื่อวันที่ ๑๘-๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เห็นว่าการดำเนินงานกองทุนมีความเสี่ยง เนื่องจากมีการจ่ายสวัสดิการจำนวนมากไม่สมดุลกับรายรับที่คงที่ จึงมีการจัดประชุมสมาชิกสมัยสามัญ เมื่อวันที่ ๑๙-๒๘ เมษายน ๒๕๕๖ และจัดประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ และมีมติให้แก้ไขเพิ่มเติม

=========================================================

ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ พุทธศักราช ๒๕๕๑
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ พุทธศักราช ๒๕๕๖)
ว่าด้วย “สวัสดิการเงินกู้ฉุกเฉินพิเศษ”

อาศัยอำนาจตามระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ พุทธศักราช ๒๕๕๑ ข้อ ๒๐ (๕) วรรค ๔ ให้คณะกรรมการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวัสดิการเงินกู้ และมติที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ ให้กำหนดระเบียบข้อบังคับว่าด้วยสวัสดิการเงินกู้ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของสมาชิกเกี่ยวกับหนี้สินนอกระบบอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิก ดังนี้

ข้อ ๑ ให้มีสวัสดิการเงินกู้ฉุกเฉินพิเศษ สำหรับให้สมาชิกกู้ยืมไปชำระหนี้ระยะสั้น (รายปี) ที่คาดว่าจะได้รับเงินคืนในเร็ววัน มีระยะเวลา ๑๕ วัน นับจากวันที่ได้รับเงินกู้

ข้อ ๒ สมาชิกผู้กู้จะต้องบริจาคเงินบำรุงกองทุนในอัตราร้อยละ ๑ ของยอดเงินกู้ หากสมาชิกผู้กู้ชำระหนี้เกินกว่าเวลาที่กำหนด ให้ชำระเงินบำรุงกองทุนเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ ๐.๕ ต่อวัน ของยอดกู้ที่ค้าง

ข้อ ๓ ผู้มีสิทธิยื่นกู้ คือสมาชิกสามัญ ที่บรรลุนิติภาวะและสามารถทำนิติกรรมได้ คณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานให้การรับรองทุกคน และจะต้องมีสมาชิกผู้มีสิทธิกู้ยืมค้ำประกัน ๒ คน

ข้อ ๔ กำหนดให้กู้ยืมไปตามวัตถุประสงค์เฉพาะ ดังนี้
๑) เพื่อนำไปชำระเงินกู้สามัญกองทุนหมู่บ้าน (ล้านหนึ่ง, ล้านสอง) ระยะสั้นรายปี โดยจะต้องแนบสำเนาหนังสือสั่งจ่ายเงินกู้และรายชื่อการโอนเงินผู้กู้พร้อมทั้งให้ประธานกองทุนหมู่บ้านรับรองสำเนา หรือ สำเนาสมุดบัญชีธนาคารสมาชิกรายบุคคลหน้าแรกและหน้าที่มียอดเงินกู้โอนเข้าเท่านั้น
๒) เพื่อนำไปชำระเงินกู้ระยะสั้นรายปีของสถาบันการเงิน คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขารัตนบุรี สหกรณ์การเกษตรรัตนบุรี จำกัด และธนาคารออมสินเท่านั้น โดยต้องแนบหนังสือแจ้งชำระหนี้ฉบับจริง ที่เป็นชื่อของสมาชิกเท่านั้น
๓) เพื่อนำไปใช้จ่ายในกรณีเร่งด่วน และจะได้รับเงินคืนในเร็ววัน โดยมีหลักฐานชัดเจน

ข้อ ๕ หากสมาชิกผู้กู้ชำระหนี้ล่าช้าเกินกว่า ๗ วัน จะถูกงดกู้ยืมเงินทุกประเภทเป็นเวลา ๕ ปี นับจากวันที่ชำระเสร็จสิ้นแล้ว และหากชำระล่าช้าเกินกว่า ๑ เดือน จะถูกงดกู้ยืมทั้งหมู่บ้าน จนกว่าสมาชิกที่ค้างชำระนั้นจะนำเงินมาชำระเสร็จสิ้น

ข้อ ๖ สมาชิกผู้กู้คนเดียวกันไม่สามารถกู้ยืมเงินต่อเนื่องได้ ต้องเว้นระยะไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน นับจากวันที่ชำระหนี้เสร็จสิ้น

ข้อ ๗ ผู้ค้ำประกันจะต้องไม่เป็นคู่สมรสหรืออาศัยอยู่บ้านเลขที่เดียวกันตามทะเบียนบ้านกับผู้กู้ยืม และสมาชิกสามารถค้ำประกันผู้กู้ยืมได้คราวละไม่เกิน ๒ ราย

ข้อ ๘ ให้เลือกคณะกรรมการ ๑ คณะ จำนวนตามความเหมาะสม เป็นคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ให้เป็นไปตามระเบียบนี้ โดยให้มีประธานกรรมการ เลขานุการ และเหรัญญิกกองทุน เป็นคณะกรรมการโดยตำแหน่ง

ให้ไว้  ณ  วันที่  ๑๕  สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๕๓

(ลงชื่อ)     ประหยัด  พุดจีบ
(นายประหยัด  พุดจีบ)
ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่

=========================================================

ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ พุทธศักราช ๒๕๕๑
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ พุทธศักราช ๒๕๕๖)
ว่าด้วย “ค่าตอบแทนและเบี้ยเลี้ยงเดินทางของคณะกรรมการ”

อาศัยอำนาจตามระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ พุทธศักราช ๒๕๕๑ แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช ๒๕๕๖ ข้อ ๑๗ (๒) คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ออกประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารกองทุน และมติที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๗ ให้กำหนดระเบียบข้อบังคับว่าด้วยค่าตอบแทนและเบี้ยเลี้ยงเดินทางของคณะกรรมการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ตลอดจนสร้างเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่เกิดปัญหาครอบครัวในภายหลัง ดังนี้

ข้อ ๑ ให้จ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการที่ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์ประสานงาน เดือนละ ๑ ครั้ง ดังนี้
(๑) สมาชิกปัจจุบัน ไม่เกิน ๑๐๐ ราย                 ค่าตอบแทนศูนย์ฯ ละ ๒๐๐ บาท
(๒) สมาชิกปัจจุบัน ตั้งแต่ ๑๐๐ – ๑๙๙ ราย         ค่าตอบแทนศูนย์ฯ ละ ๓๐๐ บาท
(๓) สมาชิกปัจจุบัน ตั้งแต่ ๒๐๐ – ๒๙๙ ราย         ค่าตอบแทนศูนย์ฯ ละ ๔๐๐ บาท
(๔) สมาชิกปัจจุบัน ตั้งแต่ ๓๐๐ – ๓๙๙ ราย         ค่าตอบแทนศูนย์ฯ ละ ๕๐๐ บาท
(๕) สมาชิกปัจจุบัน ตั้งแต่ ๔๐๐ – ๔๙๙ ราย         ค่าตอบแทนศูนย์ฯ ละ ๖๐๐ บาท
(๖) สมาชิกปัจจุบัน ตั้งแต่ ๕๐๐ – ๕๙๙ ราย         ค่าตอบแทนศูนย์ฯ ละ ๗๐๐ บาท
(๗) สมาชิกปัจจุบัน ตั้งแต่ ๖๐๐ – ๖๙๙ ราย         ค่าตอบแทนศูนย์ฯ ละ ๘๐๐ บาท
(๘) สมาชิกปัจจุบัน ตั้งแต่ ๗๐๐ – ๗๙๙ ราย         ค่าตอบแทนศูนย์ฯ ละ ๙๐๐ บาท
(๙) สมาชิกปัจจุบัน ตั้งแต่ ๘๐๐ รายขึ้นไป            ค่าตอบแทนศูนย์ฯ ละ ๑,๐๐๐ บาท

ข้อ ๒ ให้จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางนำส่งเงินสมทบของสมาชิก ศูนย์ฯ ละ ๕๐ บาทต่อเดือน
ให้จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางนำฝาก-ถอนเงินธนาคาร เที่ยวละ ๑๐๐ บาทต่อคน

ข้อ ๓ ให้จ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการดำเนินงาน ณ ศูนย์ประสานงานกลาง ชุดละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ประกอบด้วย ประธานหรือตัวแทน เลขานุการหรือตัวแทน เหรัญญิกหรือตัวแทน ฝ่ายทะเบียน ฝ่ายสวัสดิการ และกรรมการที่หมุนเวียน ๒ คนจาก ๒ หมู่บ้าน

ข้อ ๔ ให้จ่ายค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการ กรณีครึ่งวัน คนละ ๕๐ บาท
ให้จ่ายค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการ กรณีเต็มวัน คนละ ๑๐๐ บาท

ข้อ ๕ ให้จ่ายค่าดำเนินงานเกี่ยวกับเงินกู้ฉุกเฉินพิเศษ โดยใช้เงินค่าบำรุงจากการกู้ครั้งนั้นๆ ดังนี้
๑) ค่าดำเนินการเอกสาร จ่ายกู้ รับชำระ นำส่งเงิน ของคณะกรรมการแต่ละศูนย์ฯ ร้อยละ ๒๐ ของเงินค่าบำรุงในคราวนั้น
๒) ค่าดำเนินการประชุมพิจารณากู้ พิมพ์สัญญา จ่ายเงิน รับชำระ ของคณะกรรมการส่วนกลาง ร้อยละ ๑๐ ของเงินค่าบำรุงตลอดเดือน

ข้อ ๖ การจ่ายค่าตอบแทนหรือเบี้ยเลี้ยงเดินทางของคณะกรรมการ นอกเหนือจากนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของประธานกองทุน และต้องแจ้งให้ทราบในการประชุมคราวถัดไป

ข้อ ๗ คณะกรรมการที่ไม่มาปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีสิทธิ์รับค่าตอบแทนและเบี้ยเลี้ยงใดๆ ทั้งสิ้น

ให้ไว้  ณ  วันที่  ๗  กันยายน  พ.ศ. ๒๕๕๗

(ลงชื่อ)    ประหยัด  พุดจีบ
(นายประหยัด  พุดจีบ)
ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่

=========================================================

ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ พุทธศักราช ๒๕๕๑
(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ พุทธศักราช ๒๕๕๖)
ว่าด้วย “สวัสดิการเงินกู้สงเคราะห์งานบุญ”

อาศัยอำนาจตามระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่ พุทธศักราช ๒๕๕๑ ข้อ ๒๐ (๕) วรรค ๔ ให้คณะกรรมการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวัสดิการเงินกู้ และมติที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๗ ให้เพิ่มเติมระเบียบข้อบังคับว่าด้วยสวัสดิการเงินกู้สงเคราะห์งานบุญ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน และส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ดังนี้

ข้อ ๑ ให้มีสวัสดิการเงินกู้สงเคราะห์งานบุญ มีระยะเวลาไม่เกิน ๑๕ วัน นับจากวันที่ได้รับเงินกู้ โดยไม่มีการเรียกเก็บเงินบำรุงกองทุน เพื่อสำรองจ่ายในงานบุญที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ข้อ ๒ เงินกู้สงเคราะห์งานศพ กรณีบุคคลในครอบครัวของสมาชิกเสียชีวิต สามารถกู้เงินสำรองจ่าย วงเงินไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท เฉพาะงานศพที่จัดขึ้นในเขตพื้นที่ตำบลไผ่เท่านั้น

ข้อ ๓ เงินกู้สงเคราะห์งานอุปสมบท กรณีสมาชิกมีคุณสมบัติพร้อมอุปสมบทในพระพุทธศาสนา สามารถกู้เงินสำรองจ่าย วงเงินไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท เฉพาะการอุปสมบทเพื่อจำพรรษาในช่วงเข้าพรรษา ณ วัดหรือสำนักสงฆ์ในเขตตำบลไผ่เท่านั้น

ข้อ ๔ สมาชิกผู้กู้ไม่ต้องชำระเงินบำรุงกองทุน แต่สามารถบริจาคเงินบำรุงกองทุนได้ตามความต้องการ หากสมาชิกผู้กู้ชำระหนี้เกินกว่าเวลาที่กำหนด ให้ชำระเงินบำรุงกองทุนเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ ๐.๕ ต่อวัน ของยอดกู้ที่ค้าง

ข้อ ๕ สามารถกู้ได้เฉพาะงานบุญปลอดสุราและปลอดการพนันเท่านั้น หากเชื่อได้ว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จะต้องชำระเงินบำรุงกองทุนร้อยละ ๒ ของยอดเงินกู้ โดยใช้มติคณะกรรมการพิจารณาเงินกู้

ข้อ ๖ ผู้มีสิทธิยื่นกู้ คือสมาชิกสามัญ ที่บรรลุนิติภาวะและสามารถทำนิติกรรมได้ คณะกรรมการประจำศูนย์ประสานงานให้การรับรองทุกคน และจะต้องมีสมาชิกผู้มีสิทธิกู้ยืมค้ำประกัน ๒ คน

ข้อ ๗ หากสมาชิกผู้กู้ชำระหนี้ล่าช้าเกินกว่า ๗ วัน จะถูกงดกู้ยืมเงินทุกประเภทเป็นเวลา ๕ ปี นับจากวันที่ชำระเสร็จสิ้นแล้ว และหากชำระล่าช้าเกินกว่า ๑ เดือน จะถูกงดกู้ยืมทั้งหมู่บ้าน จนกว่าสมาชิกที่ค้างชำระนั้นจะนำเงินมาชำระเสร็จสิ้น

ข้อ ๘ สมาชิกผู้กู้คนเดียวกันไม่สามารถกู้ยืมเงินต่อเนื่องได้ ต้องเว้นระยะไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน นับจากวันที่ชำระเสร็จสิ้น และใน ๑ งาน สามารถกู้ได้เพียง ๑ รายเท่านั้น

ข้อ ๙ ผู้ค้ำประกันจะต้องไม่เป็นคู่สมรสหรืออาศัยอยู่บ้านเลขที่เดียวกันตามทะเบียนบ้านกับผู้กู้ยืม และสมาชิกสามารถค้ำประกันผู้กู้ยืมได้คราวละไม่เกิน ๒ ราย

ข้อ ๑๐ ให้ประธานกรรมการพิจารณาอนุมัติ เมื่อสมาชิกปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับข้างต้น

ให้ไว้  ณ  วันที่  ๗  กันยายน  พ.ศ. ๒๕๕๗

(ลงชื่อ)    ประหยัด  พุดจีบ
(นายประหยัด  พุดจีบ)
ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่

[โหลดWord] [โหลดPDF]


7 Comments.

  • พระมหาวีระ says:

    ตัวสวัสดิการ ควรศึกษาข้อมูลใหม่ ๆ อาจต้องเปลี่ยนแปลงบางข้อก็ได้นะ

  • พระมหาวีระ says:

    ๒. แก่ ( เงินบำนาญ)
    ฝากสัจจะครบ ๑๕–๑๙ ปี อายุครบ ๖๐ ปี ได้รับบำนาญเดือนละ ๓๐๐ บาท
    ฝากสัจจะครบ ๒๐–๒๔ ปี อายุครบ ๖๐ ปี ได้รับบำนาญเดือนละ ๓๕๐ บาท
    ฝากสัจจะครบ ๒๕–๒๙ ปี อายุครบ ๖๐ ปี ได้รับบำนาญเดือนละ ๔๐๐ บาท
    ฝากสัจจะครบ ๓๐–๓๔ ปี อายุครบ ๖๐ ปี ได้รับบำนาญเดือนละ ๔๕๐ บาท
    ฝากสัจจะครบ ๓๕–๓๙ ปี อายุครบ ๖๐ ปี ได้รับบำนาญเดือนละ ๕๐๐ บาท
    ฝากสัจจะครบ ๔๐–๔๔ปี อายุครบ ๖๐ ปี ได้รับบำนาญเดือนละ ๕๕๐ บาท
    ฝากสัจจะครบ ๔๕–๔๙ ปี อายุครบ ๖๐ ปี ได้รับบำนาญเดือนละ ๖๐๐ บาท
    ฝากสัจจะครบ ๕๐–๕๔ ปี อายุครบ ๖๐ ปี ได้รับบำนาญเดือนละ ๗๐๐ บาท
    ฝากสัจจะครบ ๕๕–๖๐ ปี อายุครบ ๖๐ ปี ได้รับบำนาญเดือนละ ๘๐๐ บาท

    ๔. ตาย
    ( ช่วยจัดการศพ) ถ้าเป็นงานศพปลอดเหล้าและปลอดการพนัน โดยผ่านการประเมินจากคณะกรรมการ สมทบทำบุญ ๒,๐๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๖ เดือน ( ๑๘๐ วัน) ช่วยงานศพ ๒,๕๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๑ ปี ( ๓๖๕ วัน) ช่วยงานศพ ๕,๐๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๒ ปี ( ๗๓๐ วัน) ช่วยงานศพ ๑๐,๐๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๔ ปี ( ๑,๔๖๐ วัน) ช่วยงานศพ ๑๕,๐๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๘ ปี ( ๒,๙๒๐ วัน) ช่วยงานศพ ๒๐,๐๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๑๒ ปี ( ๔,๓๘๐ วัน) ช่วยงานศพ ๒๕,๐๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๑๖ ปี (๕,๘๔๐ วัน) ช่วยงานศพ ๓๐,๐๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๒๐ ปี (๗,๓๐๐วัน) ช่วยงานศพ ๓๕,๐๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๒๔ ปี ( ๘,๗๖๐ วัน) ช่วยงานศพ ๔๐,๐๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๒๘ ปี ( ๑๐,๒๒๐ วัน) ช่วยงานศพ ๔๕,๐๐๐ บาท
    – ฝากสัจจะ ๓๒ ปี ( ๑๑,๖๘๐ วัน) ช่วยงานศพ ๕๐,๐๐๐ บาท ( สูงสุดแล้ว)

  • กำลังศึกษากองทุนฯ นี้ จึงค้นหาครูเกิ้ลจ้ะ พบคนบ้านเราเก่ง ตั้งกองทุนมีชื่อเสียงโด่งดังออกอย่างนี้ น่าชื่นชมชื่นใจ พึ่งตนเองได้เป็นชุมชนเข้มแข็ง……….น่าสนใจมากๆ ขอศึกษาจากรุ่นพี่ก่อนนะคะ

  • prasit krongrat says:

    สวัสดิการ เมื่อสมาชิกตาย หรือลาออก น่าจะคืนเงินที่ออมสัจจะให้เขาด้วยทั้งหมด หรือบางส่วน เพราะรายรับของกองทุนส่วนหนึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอยู่แล้ว

  • พัด says:

    กำลังศึกษาระบบบัญชีกองทุนอยู่ค่ะ เห็นว่ากองทุนนี้มีความเข้มแข็งมาก ดูได้จากการบริหารกองทุนน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะให้คำแนะนำเรื่องการวางระบบบัญชีของก่องทุนได้มั้ยคะ

    ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

  • นี่คือการออมบุญครับ สร้างโอกาสให้สมาชิกได้ทำบุญวันละ 1 บาท เมื่อทำบุญไปแล้ว ก็ไม่ได้หวังเอาคืน แต่กองทุนดูแลเรื่องคุณภาพความเป็นอยู่แทนครับ อีกอย่างเราต้องพยายามพึ่งตนเอง แม้ไม่มีรัฐอุดหนุนก็ต้องอยู่ได้ ตอนนี้นโยบายรัฐมีอุดหนุน วันข้างหน้าเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐจะอุดหนุนตลอดไป พึ่งพากันเองดีที่สุดครับ 🙂

  • พระครูสิทธิวราคม ประธานกองทุนสวัสดิการตำบลนิคม กาฬสินธ์ุ says:

    ขอชื่นชมการทำงานของกองทุนนี้ เป็นสวัสดิการพื้นฐานและใกล้ตัวที่สุดที่คนในชนบทเราควรมีควรได้ จากคนในชุมชนเองร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้น ที่สำคัญเป็นการนำธรรมะมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น ความสามัคคี ความเมตตากรุณา และความเสียสละเป็นต้น.



ให้ความเห็น

ใส่ค่าที่ถูกต้อง (Enter number) *