กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไผ่  เกิดจากแกนนำ (นายประหยัด พุดจีบ) และผู้บริหารท้องถิ่นเห็นความสำคัญ จึงได้จัดประชุมผู้นำและแกนนำชุมชนทั้ง 14 หมู่บ้าน  ได้ประชุมปรึกษาหารือถึงความเป็นไปได้ ประโยชน์ที่จะได้รับ  ผู้นำชุมชนมีความเห็นตรงกันว่า เป็นกิจกรรมที่ดี ทั้งปัจจุบันและอนาคต จึงได้มีมติจัดตั้ง เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2551 โดยมีคณะกรรมการชุดแรกจากการแต่งตั้ง 43 คน ที่ปรึกษา 16 คน จากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เจ้าอาวาสวัดในพื้นที่ และกำนันตำบล และประกาศใช้ระเบียบข้อบังคับ พ.ศ. 2551 โดยคณะกรรมการชุดแรก

ในเบื้องต้นได้ออกประชาสัมพันธ์  และเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพ  และเริ่มดำเนินการเก็บสัจจะวันแรก ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2551  มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกในครั้งแรก  1,367  คน ครอบคลุมทั้งตำบล (14 หมู่บ้าน)

เมื่อดำเนินงานครบ 2 ปี คณะกรรมการดำรงตำแหน่งครบวาระ จึงมีการจัดประชุมสมาชิกแต่ละหมู่บ้านเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการ หมู่บ้านละ 3 คน และให้สมาชิกพิจารณาระเบียบข้อบังคับ พ.ศ. 2551 ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ดำเนินงาน มีประชาชนให้ความสนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกทุกเดือน โดยเฉลี่ยเดือนละ 70 ราย ปัจจุบัน (เมษายน 2556) มีสมาชิกกว่า 5,000 คน รับเงินจากสมาชิก (เฉพาะเงินสัจจะ) กว่า 6 ล้านบาทเศษ

วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 ได้รับรองเป็น “องค์กรสวัสดิการชุมชน” จากคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ทะเบียนเลขที่ 0568/2552

วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 ได้รับรองเป็น “องค์กรชุมชน” จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน 

การสนับสนุนจากหน่วยงาน/องค์กร

  1. องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ สนับสนุนทุนดำเนินการ 50,000 บาท บริการรถโดยสารติดต่อประสานงาน ห้องสำนักงานกลางกองทุน
  2. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สนับสนุนเงิน 55,000 บาท
  3. โครงการอุดหนุนตามนโยบายรัฐบาล รอบที่ 1 (ปี 2553) จำนวนเงิน 632,910 บาท (จากสมาชิกครบปี 1,734 ราย)
  4. โครงการอุดหนุนตามนโยบายรัฐบาล รอบที่ 2 (ปี 2554) จำนวนเงิน 970,535 บาท (จากสมาชิกครบปี 2,659 ราย)
  5. โครงการอุดหนุนตามนโยบายรัฐบาล รอบที่ 3 (ปี 2555) จำนวนเงิน 1,493,215 บาท (จากสมาชิกครบปี 4,091 ราย)

ผลงานเด่นของกองทุน

  1. เป็นองค์กรชุมชน จัดตั้งเองตั้งแต่ปี 2551
  2. มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดในจังหวัดสุรินทร์ และมีอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย 70 รายต่อเดือน จากแนวทางการประชาสัมพันธ์และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
  3. มีการออกแบบรูปแบบการบริหารจัดการเฉพาะตัว รวดเร็วทันใจ คณะกรรมการปฏิบัติงานอย่างทั่วถึงและมีความสุข
  4. เป็นแหล่งศึกษาดูงานแนวทางการจัดตั้งและบริหารจัดการ จากทั่วประเทศกว่า 30 คณะ
  5. ประธานกองทุน (นายประหยัด พุดจีบ) แนวร่วมก่อตั้ง มีความรอบรู้และสามรถถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับสวัสดิการชุมชนและการบริหารจัดการองค์กรชุมชน ได้รับเชิญเป็นวิทยากรทั้งในและต่างจังหวัด
  6. ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของสมาชิกและประชาชนทั่วไป ร่วมกับภาคีเครือข่ายเสมอมา เช่น
    • จัดกิจกรรมและสนับสนุน กิจกรรมวันผู้สูงอายุทุกปี ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย
    • จัดกิจกรรมและสนับสนุน กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติทุกปี ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย
    • จัดทำโครงการส่งเสริมประชาธิปไตยในตำบล
    • จัดคาราวานสวัสดิการชุมชน ตามจุดต่างๆ ทั่วตำบล เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รายงานผลการดำเนินงาน จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับทราบปัญหาที่แท้จริงของสมาชิกและชุมชน คลินิกสวัสดิการ บริการตัดผม นวดแผนไทย อาหารแก่ผู้มาร่วมงาน เพื่อส่งเสริมทัศนคติและกระตุ้นยอดสมาชิก
    • สนับสนุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา (จังหวัดสุรินทร์) ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบอาหารเครื่องใช้ ณ ศูนย์อพยพ
    • สนับสนุนโครงการลดละเลิกสุราตำบล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    • จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชน
  7. มีการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่องค์ความรู้ผ่านสื่อออนไลน์ (เว็บไซต์และ Facebook) ทำให้เป็นที่รู้จักทั่วไป

5 Comments.

  • อัจฉรา เสาวรส says:

    เป็นกองทุนฯ ต้นแบบที่ดีมากเลยค่ะ อยากศึกษาข้อมูลจังเลย ชอบมากๆค่ะ

  • อัจฉรา เสาวรส says:

    ชอบกองทุนฯ นี้มาก ๆ ค่ะ เป็นกองทุนฯต้นแบบที่ดีมากค่ะ

  • พิกุล บุตรโพธิ์ says:

    สนใจอยากศึกษารายระเอียด

  • พิกุล บุตรโพธิ์ says:

    กำลังจะจัดตั้งกองทุนวันละ1บาท

  • ปรีดาพร โลเตียะนันต์ says:

    มีรายละเอียดที่น่าสนใจ และชาวบ้านให้ความร่วมมือดีมาก อยากศึกษาและทำแบบอย่างบ้าง



ให้ความเห็น

ใส่ค่าที่ถูกต้อง (Enter number) *